Showing posts with label ความเสี่ยง. Show all posts
Showing posts with label ความเสี่ยง. Show all posts

Friday, 20 May 2011

การลดความเสี่ยงจากอันตรายในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ (2)
by meepole
ที่มาภาพ: mrnono.com
 
 
 
**************ต่อจากตอนที่แล้ว***********
 
 
3. จำไว้ว่าคำว่า “ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ “ไช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป

คำว่า ธรรมชาติ “Natural” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีพิษ สารจากธรรมชาติหลายชนิดถูกพบว่าเป็นพิษ เช่น สารไลโมนีน (d-limonene) พบในเปลือกส้ม เชื่อว่าช่วยลดโคเลสเตอรอล ปรับระดับน้ำตาลในเลือด แต่ขณะเดียวกันก็เป็นตัวทำละลายที่ดีทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง ตา และเยื่อเมือก จะเป็นอันตรายต่อบางคนที่แพ้สารนี้ ในเกณฑ์ข้อกำหนดของฉลากสิ่งแวดล้อมบางประเทศมีข้อห้ามใช้สารเหล่านี้

4. ระวังคำว่า “Green”  เพราะมันอาจไม่  “Green”  เสมอไป

คำว่า“Green” หรือแปลตรงได้ว่า สีเขียว ที่ปัจจุบันใช้แทนความรู้สึกว่าปลอดสารพิษ เป็นมิตรกับธรรมชาติ หรือไม่ก็เป็น ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ปลอดภัย   บางครั้งจึงอาจพบเห็นด้วยคำว่า Eco-friendly, Botanical บนฉลากสินค้าต่างๆมากขึ้น ทั้งๆที่คำเหล่านี้ไม่ได้มีนิยามที่บัญญัติเป็นทางการ และผู้ผลิตสินค้าต่างๆก็พยายามออกแบบ ตกแต่งผลิตภัณฑ์ด้วยรูปดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ ตลอดจนใช้สีเขียวหรือสีอ่อนหวาน ให้รู้สึกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหรือเป็นผลิตภัณฑ์ไม่อันตราย

บางผลิตภัณฑ์โฆษณาสินค้าเพื่อให้รู้สึกว่าเป็นสินค้าที่ให้ผลดีและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเช่น มีส่วนผสมของนมแพะ หรือ มีส่วนผสมของวิตามิน E (“With Goat’s Milk”, “With Vitamin E”) เป็นต้น  บางบริษัทก็ใส่รายชื่อส่วนผสมที่มาจากพืชเพื่อบอกว่ามีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์เช่น มีส่วนผสมของมะพร้าว ข้าวโพด แต่ความเป็นจริงแล้วในขั้นตอนต่างๆของการผลิต พืชต่างๆเหล่านั้นได้ผ่านขั้นตอนกรรมวิธีที่ผ่านสารเคมีและกระบวนการต่างๆจนพืชเหล่านั้นอาจสูญเสียสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปเกือบหมดแล้ว แถมอาจจะมีสารเคมีจากกระบวนการตกค้างอยู่ด้วย

5. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริโภคอาหารซ้ำๆกันนานเกินไป

อันนี้เป็นหลักการที่ใช้ได้สำหรับทุกสิ่งที่บริโภคเข้าไป ทั้งทาน ทั้งทา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่คุณคิดว่ามีประโยชน์ก็ตามเช่นอาหารเสริม วิตามิน ยาบำรุง เครื่องสำอางบางประเภทเช่นโลชั่น ครีมบำรุง ฯ ไม่ควรทานซ้ำๆ ใช้ซ้ำ ติดต่อกันนานๆ (คำว่า ซ้ำ หลักการของ meepole ถือว่านานเกิน 3 เดือนติดต่อกัน) หากจำเป็นต้องทานหรือใช้ก็ควรพักเว้นระยะบ้าง เพราะการใช้ติดต่อกันนานหากผลิตภัณฑ์นั้นมีสารอันตรายเจือปน ร่างกายทำลายไม่ทัน ก็จะสะสมไปเรื่อยๆ จนในที่สุดวันหนึ่งก็จะทำให้เกิดโรคได้

หากผู้ได้อ่านเรื่องหัวข้อนี้แล้วตระหนักรู้ จำให้แม่น นำออกมาใช้ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่มาใช้หรือบริโภค ก็จะเท่ากับได้ลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตแล้ว ชีวิตเราอย่าปล่อยให้เสี่ยงกับสารอันตรายรอบตัวให้มากเกินไป เพราะหากถึงเวลานั้นกว่าจะกลับตัวก็สายเสียแล้ว

Wednesday, 18 May 2011

การลดความเสี่ยงจากอันตรายในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ (1)
by meepole



ชีวิตเราปัจจุบันอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงในเรื่องต่างๆมากมาย บางเรื่องเราก็หลีกเลี่ยงได้ยาก บางเรื่องก็หลีกเลี่ยงได้ แต่หลายสิ่งที่เราไม่หลีกเลี่ยง ผู้เขียนจะคิดในแง่ดีเสมอว่า เพราะไม่รู้  ถ้ารู้ใครจะยอมเสี่ยง เพราะคุณภาพชีวิตไม่ไช่การเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่ที่อาจได้รางวัลเป็นมหาเศรษฐีแบบไม่รู้ตัว อันนี้ถ้าเสี่ยงก็มีโอกาสอย่างเดียวคือ เจ็บป่วย เข้าไปนอนโรงพยาบาล  ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าว ทำได้ไม่ยาก ผู้เขียนมีคาถา 5  ข้อ จำให้แม่น เอาออกมาใช้ท่องเมื่อเห็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาล่อตา ล่อใจ

1. ไม่มีอะไรแน่นอน ของมันเปลี่ยนได้เสมอ

อันนี้สำหรับหลายคนที่มักจะติดใจแบรนด์หรือยี่ห้อสินค้าบางชนิด เช่นถ้าน้ำหอมต้อง ยี่ห้อช้าแน่  เครื่องสำอาง แป้ง ลิปสติก ต้อง ลังกะโคม  ครีมบำรุง ยี่ห้อ กาตีเมีย  กาแฟต้อง ยี่ห้อรังนก  หรือไม่ก็ เขามีรู เป็นต้น ในการซื้อใช้หรือบริโภคเราอาจได้ข้อมูลต่อๆกันมาว่าดี ลองใช้ หรือก็สุ่มซื้อแล้วชอบติดใจ ซื้อต่อมาทุกครั้ง และครั้งแรกอาจมีความสนใจอ่านฉลาก (หากเป็นคนที่สนใจเรื่องคุณภาพ) ครั้งต่อไปก็จะคิดว่าไม่เป็นไร ใช้ยี่ห้อเดิมส่วนประกอบก็ควรเหมือนเดิมก็จะเชื่อใจไม่ตรวจสอบอีกต่อไป ซึ่งนี่เป็นสิ่งอันตราย เพราะคุณเชื่อหรือไม่ว่ามีสารเคมีที่มีการผลิต สังเคราะห์ขึ้นใหม่ทุกๆวันตลอดเวลา และแน่นอนการผลิตสินค้า ผู้ผลิตก็จะต้องปรับปรุงบางสิ่งบางอบ่างหรือเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบบางอย่างเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีขึ้น แปลกขึ้น หรือกระทั่งเพื่อการประหยัดต้นทุนโดยการปรับเปลี่ยนสารบางตัว สารนั้นอาจอันตรายมากขึ้น หรือไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ 

 การอ่านส่วนประกอบต่างๆบนฉลากจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง และผู้เขียนมักได้ยินคำบ่นและคำบอกเสมอมาว่า ก็อ่านแล้วไม่รู้ว่าเป็นสารอะไร รู้แต่ชื่อแล้วจะมีประโยชน์อะไร เลยไม่อ่าน ใช้สินค้าตามที่ดาราโฆษณาดีกว่า  ถ้าเป็นแบบนี้ก็จนใจ เพราะหากเอาใจใส่คุณภาพชีวิตจริงๆก็สามารถศึกษาทำความเข้าใจได้ อย่างน้อย อย. (องค์การอาหารและยา) มักจะออกมาออกข่าวว่าสารใดเป็นอันตรายเป็นสารต้องห้าม   หรือเอาให้ง่ายที่สุดก็ดูฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ที่ซื้อว่า มีเครื่องหมาย อย.หรือไม่ ถ้ามีก็ใช้เป็นตัวลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง

2. หัดอ่านฉลากบ้าง

เรียนรู้ที่จะอ่านฉลากข้างบรรจุภัณฑ์  ดูสัญลักษณ์ คำเตือนต่างๆ ที่สำคัญคือ วันผลิต วันหมดอายุ เครื่องสำอาง อาหารบางชนิดจะบอกอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บ เพื่อรักษาคุณภาพให้ดีและนาน  นอกจากนี้การเรียนรู้อันตรายของสารเคมีบ่างชนิดที่เป็นส่วนประกอบ แม้ว่าจะไม่ก่ออันตรายในระยะสั้นแต่เมื่อสะสมนานๆในระยะยาว อาจส่งผลอันตรายแบบที่เป็นข่าวมานักต่อนักแล้ว ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงตรงนี้ก็ควรพิจารณาอ่าน ดูฉลากก่อนซื้อ และหากบนฉลากไม่บอกอะไรเลย ก็ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่า..... วางดีกว่า ไม่เอาดีกว่า

ติดตามคาถากันเสี่ยงอีก 2 ข้อ ต่อไปนะคะ:)