Showing posts with label เตือนอันตราย. Show all posts
Showing posts with label เตือนอันตราย. Show all posts

Sunday, 24 July 2011

โลกศิวิไลซ์...โรคศิวิไลซ์ 3

โลกศิวิไลซ์...โรคศิวิไลซ์ 3: ระวังอันตรายที่มาจากแอร์ และ...



คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ มองไม่เห็นปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพอากาศในอาคารบ้านเรือนเท่ากับปัญหาอากาศเป็นพิษตามท้องถนน ว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่า

"ภัยเงียบ" ที่กำลังคุกคามมนุษย์ที่อาศัยในอาคารที่เปิด "แอร์" ตลอดทั้งวัน ไม่มีการระบายอากาศ กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส นอกจากนี้ก็มีฝุ่นละออง แก๊ส สารระเหยต่างๆ เป็นต้น

วันนี้จะเขียนเอาเฉพาะเรื่องเชื้อโรค  จริงๆแล้วตั้งใจเขียนมานานตอนมีข่าว และจนท.ผู้เกี่ยวข้องก็ออกมาให้ข่าวตามระเบียบว่ากำลังตรวจสอบ ต้องรอเวลา ใครอยู่ในวงการคงเข้าใจกันดีว่าเวลาให้ข่าวแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ใครไม่รู้ก็เชื่อไป และเมื่อสื่อเลิกตามข่าวจะหายไปเอง หุ หุ เรื่องนี้หากผู้อ่านท่านใจจำเหตุการณ์ที่เกิดได้ก็สามารถโยงเรื่องไปได้และนี่คือคำตอบ....หากไม่ทราบเรื่องหรือลืมแล้วก็ไม่เป็นไร  

ในตึก อาคารใหญ่ สิ่งที่พบบ่อยคือปัญหาแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส แต่เรามักมองไม่เห็น คิดไม่ถึง เชื้อที่พบบ่อยและร้ายแรงมากที่สุด คือ "เชื้อ ลีจิโอเนลลา (Legionella) " มีระบุชัดถึงกรณีที่ผู้อยู่ในอาคารป่วยจากแบคทีเรียชนิดนี้ทุกปี และมีผลการวิจัยของประเทศไทยหลายฉบับที่บอกว่าการสุ่มตรวจ "หอผึ่งเย็น" ในอาคารใหญ่ทั้งหมดพบว่ามีแบคทีเรียลีโอแนลล่าอยู่ ซึ่งเชื้อชนิดนี้เป็นต้นเหตุของ "โรคปอดอักเสบลีจีแนร์" ถ้าเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคนี้ไม่ใช่เป็นโรคใหม่ แต่ถูกพบได้ทั่วโลกและตลอดทั้งปี โชคดีที่ไม่ติดต่อจากคนสู่คน โชคร้ายคือยังไม่มีวัคซีนป้องกัน  เชื้อแบคทีเรียนี้จะเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจเอาละอองไอของน้ำที่มีเชื้อแบคทีเรียลีจิโอเนลลา นิวโมฟิวลา (L.pneumophila) ปะปนอยู่ ผ่านเข้าสู่ปอด 




n     เชื้อลีจิโอเนลลา      เป็นเชื้อโรคที่พบได้ตามแหล่งน้ำทุกชนิดที่ไม่มีการควบคุมดูแลความสะอาดอย่างเพียงพอ โดยเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ไม่สามารถแบ่งตัวได้ในสภาพปกติ แต่ต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในน้ำ เช่น อะมีบา (amoeba) และโปรโตซัว (protozoa) กินเชื้อดังกล่าวเข้าไปแล้วจะสามารถเจริญ แบ่งตัวได้เป็นทวีคูณภายในเซลล์เดียว จนกระทั่งเซลล์นั้นแตกตัวตายไปและปลดปล่อยเชื้อลีจิโอเนลลาออกมาเพื่อเข้าไปเจริญในเซลล์ตัวใหม่ต่อไป
  
n     เป็นแบคทีเรียที่พบได้เฉพาะในที่บริเวณพื้นแฉะ และพบในแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นในพื้นที่จำกัด เช่น ในระบบแอร์รวม หอผึ่งเย็นในเครื่องปรับอากาศแบบรวมที่ใช้ในอาคารขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม หรือโรงพยาบาล  ถาดรองแอร์ หัวก๊อกน้ำ น้ำพุที่ลักษณะเป็นละอองน้ำฝอยเล็กๆเป็นต้น

หอผึ่ง

ผู้ป่วยจะมีอาการเริ่มจากเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว และปวดหัว อาการจะมี 2 ชนิดคือ
n   ชนิดไม่รุนแรง เป็นแล้วหายได้เองไม่ต้องรักษา และ
n   ชนิดรุนแรง ทำให้ปอดอักเสบหรือปอดบวม โดยจะมีไข้ ไอ และหอบ โดย มีระยะฟักโรค ๒-๑๐ วัน  อาการเริ่มแรกได้แก่ รู้สึกอ่อนระโหยไม่สบาย ปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ต้นคอ แขน ขา ปวดศีรษะ และมีไข้ ๓๘.๕-๔๐.๕ องศาเซลเซียส หนาวสั่น ท้องเสียอ่อน ๆ และปวดท้อง ผู้ป่วยจะอ่อนเพลียมาก ๒-๓ วันต่อมา และจะไอแห้ง ๆ บางครั้งเสมหะมีเลือด เจ็บหน้าอก หายใจขัด ระยะนี้ผู้ป่วยจะหายใจถี่ และสับสนไม่ค่อยรู้เรื่อง ผู้ป่วยอาจถ่ายปัสสาวะปนเลือด สุดท้ายจะมีภาวะไตล้มเหลว โพรงเยื่อหุ้มปอดมีสารน้ำ ปอดอักเสบ หรือปอดบวมร่วมด้วย
n   ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้คือผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า  รวมทั้ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดต่างๆ


ดังนั้นในอาคารใหญ่ๆ เช่นอาคารสำนักงาน โรงแรม  โรงงาน เป็นส่วนที่ต้องระวังการแพร่เชื้อนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคลีจีแนร์ในโรงแรม เป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน และเป็นโรคระบาดที่หากเกิดเรื่องแล้วแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก  และโรคดังกล่าวนี้มีการแพร่กระจายระบาดมาแล้วอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ทำให้มีประชาชนเกิดการเจ็บป่วย และบางรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตดังที่เคยเป็นข่าวมาแล้ว

ในส่วนประชาชนแบบเราๆยังมีความรู้เกี่ยวกับเชื้อตัวนี้น้อยมาก ดังนั้น วิธีป้องกันโรคดังกล่าว ภาครัฐ หน่วยงานสาธารณสุข จึงควรจะให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อนี้  จริงๆแล้วเจ้าของสถานที่ที่อาจพบเชื้อลีจิโอเนลลาจะต้องมีส่วนช่วยในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคโดยทำความสะอาดบริเวณที่อาจจะเกิดเชื้อลีจิโอเนลลาเป็นประจำ เช่น ถ้าเป็นบ่อน้ำพุที่ต่อท่อออกมาให้คนอาบ ควรจะทำความสะอาดอ่างหรือเติมสารเคมีฆ่าเชื้อ เช่น คลอรีน ลงในบ่อประมาณสัปดาห์ละครั้ง  ทั้งนี้ควรเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจประมาณเดือนละ ๒ ครั้ง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการบำรุงรักษา  ถ้าเป็นหอผึ่งเย็นก็ควรจะทำความสะอาดเดือนละครั้ง 

ดังนั้นการเข้าพักในโรงแรมจึงจำเป็นต้องเลือกสภาพโรงแรมและสภาพห้องที่ดูไม่เก่าโทรมและการใช้บริการต่างๆบางครั้งต้องมั่นใจและเชื่อใจในการดูแลรักษาความสะอาดของสถานที่และระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศว่าเขาได้มีการหมั่นดูแลรักษา หมั่นล้างทำความสะอาดแอร์ภายในอาคาร หอผึ่งเย็น ถาดรองแอร์ ถังกักเก็บน้ำ ดีพอ ซึ่งอันนี้เราคงต้องทำใจ

สำหรับในบ้าน อาคารสำนักงาน ที่ทำงานก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ดูแลระบบต่างๆ หมั่นขัดล้างหัวก๊อกน้ำด้วยน้ำยาล้างจาน หรือผงซักฟอกอย่างน้อยทุกๆ-1-3 เดือน  

รู้อย่างนี้ยังไงๆ เวลาจะไปพักที่ไหนก็คงต้องเลือกหน่อยล่ะค่ะ เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะเป็นผู้ได้รับเชื้อดังกล่าว
อ่านแล้วไม่ต้องตระหนก  เอาแค่ตระหนัก ก็พอนะคะ







Sunday, 5 June 2011

 
อันตราย  !!  โฆษณาที่เกินจริง
 
 
หลายคนคงเคยได้ยินข่าว นี้
lกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อหนึ่งได้ลักลอบใส่สารซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยาที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผลข้างเคียงคือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน หากผู้ที่เป็นโรคหัวใจดื่มก็อาจอันตรายถึงเสียชีวิตได้ 
l
จึงอยากขอเตือนต่อๆกันว่าสาร อาหารเสริม ส่วนมากที่โฆษณานั้น มักมีโฆษณาที่เกินจริง จะเสียเงินซื้อหามาทาน ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่สารอาหาร อาหารเสริมชนิดหนึ่งๆจะเหมาะกับทุกคน หรือใช้ได้กับทุกคน เช่นคนป่วยด้วยโรคไต หรือไตมีปัญหา ไม่ควรดื่ม หรืออาจมีปัญหากับผู้ป่วยโรคหัวใจเป็นต้น ดังนั้นการจะทานอะไร ควรศึกษาส่วนประกอบของสารในอาหารนั้นๆด้วย และดูตัวเองด้วยว่ามีโรคประจำตัวอะไรที่ไม่เหมาะกับสารดังกล่าวหรือไม่
เช่นเดียวกับการโฆษณาว่า อาหารหรือเครื่องดื่มนั้นมีสรรพคุณในเชิงป้องกันรักษาโรค เช่น ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เป็นต้น และที่สำคัญยา อาหารเสริมหลายตัวที่โฆษณาขายกันเกลื่อนตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะในช่องของเคเบิ้ลทีวี มีการนำคนทั้งที่รู้จักกันดี และชาวบ้านทั่วไปมาโฆษณาอวดสรรพคุณ ได้ดูได้ฟังแล้วบางเรื่องหดหู่ใจ ว่าคนที่เป็นผู้มานำเสนอนั้น เป็นคนที่น่าเชื่อถือทำไมจึงมายอมเป็นผู้เสนอสินค้าที่มีความเสี่ยงที่อันตรายเช่นนั้น เป็นเพราะเขาเชื่อในสรรพคุณนั้นๆจริงหรือ หรืออะไรก็ได้..เงินๆๆๆๆ ? จึงยอมทำร้ายเพื่อนคนไทยด้วยกัน หากมีผู้บริโภครายใดเจ็บป่วย พิการหรืออันตรายถึงแก่ชีวิต ล่ะก็ บาปกรรมจริงๆ
 
 

Friday, 20 May 2011

การลดความเสี่ยงจากอันตรายในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ (2)
by meepole
ที่มาภาพ: mrnono.com
 
 
 
**************ต่อจากตอนที่แล้ว***********
 
 
3. จำไว้ว่าคำว่า ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ไช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป

คำว่า ธรรมชาติ “Natural” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีพิษ สารจากธรรมชาติหลายชนิดถูกพบว่าเป็นพิษ เช่น สารไลโมนีน (d-limonene) พบในเปลือกส้ม เชื่อว่าช่วยลดโคเลสเตอรอล ปรับระดับน้ำตาลในเลือด แต่ขณะเดียวกันก็เป็นตัวทำละลายที่ดีทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง ตา และเยื่อเมือก จะเป็นอันตรายต่อบางคนที่แพ้สารนี้ ในเกณฑ์ข้อกำหนดของฉลากสิ่งแวดล้อมบางประเทศมีข้อห้ามใช้สารเหล่านี้

4. ระวังคำว่า “Green”  เพราะมันอาจไม่  “Green”  เสมอไป

คำว่า“Green” หรือแปลตรงได้ว่า สีเขียว ที่ปัจจุบันใช้แทนความรู้สึกว่าปลอดสารพิษ เป็นมิตรกับธรรมชาติ หรือไม่ก็เป็น ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ปลอดภัย   บางครั้งจึงอาจพบเห็นด้วยคำว่า Eco-friendly, Botanical บนฉลากสินค้าต่างๆมากขึ้น ทั้งๆที่คำเหล่านี้ไม่ได้มีนิยามที่บัญญัติเป็นทางการ และผู้ผลิตสินค้าต่างๆก็พยายามออกแบบ ตกแต่งผลิตภัณฑ์ด้วยรูปดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ ตลอดจนใช้สีเขียวหรือสีอ่อนหวาน ให้รู้สึกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหรือเป็นผลิตภัณฑ์ไม่อันตราย

บางผลิตภัณฑ์โฆษณาสินค้าเพื่อให้รู้สึกว่าเป็นสินค้าที่ให้ผลดีและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเช่น มีส่วนผสมของนมแพะ หรือ มีส่วนผสมของวิตามิน E (“With Goat’s Milk”, “With Vitamin E”) เป็นต้น  บางบริษัทก็ใส่รายชื่อส่วนผสมที่มาจากพืชเพื่อบอกว่ามีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์เช่น มีส่วนผสมของมะพร้าว ข้าวโพด แต่ความเป็นจริงแล้วในขั้นตอนต่างๆของการผลิต พืชต่างๆเหล่านั้นได้ผ่านขั้นตอนกรรมวิธีที่ผ่านสารเคมีและกระบวนการต่างๆจนพืชเหล่านั้นอาจสูญเสียสิ่งที่เป็นประโยชน์ไปเกือบหมดแล้ว แถมอาจจะมีสารเคมีจากกระบวนการตกค้างอยู่ด้วย

5. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริโภคอาหารซ้ำๆกันนานเกินไป

อันนี้เป็นหลักการที่ใช้ได้สำหรับทุกสิ่งที่บริโภคเข้าไป ทั้งทาน ทั้งทา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่คุณคิดว่ามีประโยชน์ก็ตามเช่นอาหารเสริม วิตามิน ยาบำรุง เครื่องสำอางบางประเภทเช่นโลชั่น ครีมบำรุง ฯ ไม่ควรทานซ้ำๆ ใช้ซ้ำ ติดต่อกันนานๆ (คำว่า ซ้ำ หลักการของ meepole ถือว่านานเกิน 3 เดือนติดต่อกัน) หากจำเป็นต้องทานหรือใช้ก็ควรพักเว้นระยะบ้าง เพราะการใช้ติดต่อกันนานหากผลิตภัณฑ์นั้นมีสารอันตรายเจือปน ร่างกายทำลายไม่ทัน ก็จะสะสมไปเรื่อยๆ จนในที่สุดวันหนึ่งก็จะทำให้เกิดโรคได้

หากผู้ได้อ่านเรื่องหัวข้อนี้แล้วตระหนักรู้ จำให้แม่น นำออกมาใช้ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่มาใช้หรือบริโภค ก็จะเท่ากับได้ลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตแล้ว ชีวิตเราอย่าปล่อยให้เสี่ยงกับสารอันตรายรอบตัวให้มากเกินไป เพราะหากถึงเวลานั้นกว่าจะกลับตัวก็สายเสียแล้ว