Showing posts with label อาหารสุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label อาหารสุขภาพ. Show all posts

Sunday, 14 August 2011

เหรียญสองด้าน 1: เบื่อ แปลกใจ เศร้าใจ

 เบื่อ  แปลกใจ  เศร้าใจ

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเวลาว่างเปิดช่องดาวเทียมเพื่อเวียนดูรายการภาพยนตร์ช่องต่างๆ แต่ทุกครั้งที่กดหาช่องจะเกิดความเบื่อ แปลกใจและเศร้าตามมา แล้วก็รีบบอกตัวเองว่า ช่างเขาเถอะ เราทำอะไรไม่ได้ นอกจากเขียน บอกต่อกับคนที่บอกได้ และให้ความรู้และความคิดแก่นักศึกษาที่สอน มันเป็นดาบสองคมของผู้บริโภคจริงๆ

เบื่อ...ที่มีโฆษณาสินค้าตัวเดียวกันเกือบทุกช่อง แทบจะเรียกว่าผูกขาด หรือทุ่มสุดตัว ส่วนมากเป็นกลุ่มอาหารเสริม สินค้าดูแลสุขภาพพวกเอนไซม์ที่มาฮอตสุด  สินค้าเสริมความงามในรูปแบบต่างๆ ผิวหน้าที่ต้องการความกระจ่างใส ไร้สิวฝ้า หน้าย่น ทั้งทา ทาน   ที่มอมเมามากขึ้นก็คงเป็นรูปแบบสารที่ทานแล้วกระชากวัยคุณผู้ชายกลับมาได้ meepole จำได้ว่าเคยมีการร้องเรียนยาตัวนั้นมาแล้วและได้มีการประกาศโดยหน่วยงานรัฐไม่ให้มีการโฆษณา ยาดังกล่าว  แต่กลับยังคงมีในช่องดาวเทียมได้ตลอด หรือช่องพวกนี้ไม่ถูกควบคุม หรือเป็นทางออก หรือ ???

นอกจากนี้ในช่องดาวเทียมยังมีรายการอีกหลาย เรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณที่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลมากมาย รายการทำนายทายทักเป็นจริงจังไปหมดลองฟังคำถามคำตอบถ้าตั้งสติดีๆ จะหัวเราะได้เลยก็เพราะคนถาม ตอบเองแล้วให้เขาทายทำไม meepole ก็ตอบได้ หุ หุ

แปลกใจ...ความแปลกใจ เกิดจากการที่ได้เห็นผู้นำเสนอหรือพิธีกร หรือ presenter สินค้าหลายรายการเป็นคนที่ดูว่าน่าจะมีความรู้ หลายคนเป็นที่รู้จักกันดีของสังคมเพราะออกรายการปกติหลายช่องและประกอบอาชีพหลักที่ไม่ควรเข้ามารู้ดีมากมายเกี่ยวกับสารเอนไซม์ได้เลย  ทำให้เวลาพวกคนเหล่านั้นพูดเหมือน "นกแก้ว" พูดได้หัวปักหัวปำ คล่องมาก ยังไงยังงั้นเห็นแล้วเสียดาย คน จริงๆไม่น่าเลย !!

แปลกใจ...ที่ผู้รับจ้างนำเสนอ โฆษณาสินค้าเหล่านั้นเชื่อใจ เพราะเคยทดลองใช้สินค้านั้นก่อน เห็นผลจริงแล้วเกิดศรัทธาอย่างนั้นหรือ ??  ถ้าไม่ไช่ก็แสดงว่า เงินมีอิทธิพลเหนือจิตสาธารณะจริงๆ

เศร้าใจ ... เศร้าใจที่ไม่น่าเชื่อเลยสำหรับคนที่เป็นคนของประชาชนเหล่านั้นจะสามารถใช้ความเชื่อถือของผู้บริโภค ของชาวบ้าน ที่มีศรัทธาในอาชีพของตนเพราะเป็นคนสาธารณะ  มาทำสิ่งนี้ น่าเศร้าใจ!!!!
เศร้าใจ..ที่เห็นบางสินค้า ใช้นักบวช ชาวบ้าน คนแก่ๆ มาร่วมตอบคำถามของพิธีกรเพื่อเป็นตัวอย่างของการใช้แล้วได้ผล
เศร้าใจ..ที่เห็น presenter สาวๆของบางสินค้าที่ต้องแต่งกายในชุดที่เหมาะกับสินค้าบางประเภทเพื่อเน้นให้เห็น ก็ไม่แน่ใจว่าพวกเธอเหล่านั้นจะรู้คิดอะไรบ้างหรือไม่ แต่meepole คิดเศร้าแทนพ่อแม่เขาว่านั่นเป็นอาชีพที่ไม่มีทางเลือกจริงๆหรืออย่างไร
เศร้าใจ..เมื่อมาคิดว่าหากไม่มี demand ก็ ไม่มี supply แต่นี่ที่โฆษณากันมากมายก็แสดงว่าน่าจะได้ผลคงมีผู้บริโภคหลงเชื่อซื้อหาไปบริโภคกัน แสดงว่าคนไทยเรายังขาดความรู้ ความเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพกันมาก (ไม่กล้าคิดว่าขาดการศึกษา) เลยมีช่องว่างให้ผู้ที่อาศัยความไม่รู้ เป็นช่องทางทำมาหากิน
เศร้าใจ..ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ช่างดูดายปล่อยให้มีสิ่งนี้เกลื่อนกลาด จะตามจี้เอาเรื่องเมื่อมีปัจจัยบางประการ หรือสถานการณ์บังคับเป็นตัวกระตุ้น อยากให้มีผู้ที่ทำหน้าที่  ทำด้วยความรู้สึกที่ต้องรับผิดชอบ เป็นห่วงประชาชนคนไทยด้วยกันนั้น จะได้ไม่ต้องเห็นการโฆษณาสินค้าที่ใช้แล้วเสี่ยง สินค้าไม่ผ่านการรับรอง แม้กระทั่งสินค้าที่ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาแล้ว มาโผล่ที่ช่องดาวเทียมกันเกลื่อนกลาดเช่นทุกวันนี้

Wednesday, 22 June 2011

คิดให้ดีก่อนซื้อ อาหารฟังก์ชัน ... อาหารแห่งอนาคต



เมื่อเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านขายของชำ อาจสังเกตเห็นอาหารและเครื่องดื่ม ที่มีการโฆษณาว่าใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ มีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตัวอย่างเช่น อุดมไปด้วยวิตามิน กากใยอาหาร ฯลฯ ประกอบกับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม พกพาสะดวก สีสรรแตะตา ซึ่งสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนาๆสรรพคุณ ที่น่าลองนี้ก็คือ อาหารฟังก์ชัน (functional food)

ประเทศแถบเอชีย เช่น จีน มีอาหารทำนองนี้มานานแล้ว แต่อยู่ในรูปของอาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรต่างๆ เพื่อป้องกันและรักษาโรคมากกว่า เช่น อาหารจีนที่ใช้เครื่องเทศหลากหลายชนิด ถ้าเทียบของไทยก็น่าจะเป็นต้มยำ
ประเด็นหลักของจุดขายใหญ่ก็คือ นำเสนอความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด เน้นผลประโยชน์ด้านสุขภาพ ป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชะลอแก่ ตรงจุดอ่อนของคนส่วนใหญ่ และสุดท้ายหาซื้อได้สะดวก รับประทานหรือดื่มได้ทันที ยกตัวอย่างเช่น น้ำผลไม้ นม กาแฟ เครื่องดื่มธัญพืช เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา และเอนไซม์ที่ตอนนี้โฆษณากันมาก เป็นต้น

สารพัดสารที่เติมใส่ลงไปในเครื่องดื่มเหล่านี้ จะบอกสรรพคุณต่างๆมาก และแน่นอนจำหน่ายในราคาค่อนข้างแพง เพราะโหมโฆษณาในช่วงออกตัวถี่มาก ตอนนี้บางตัวก็ติดปาก ติดตลาดไปแล้ว บางชนิดขวดเล็กๆราคา มากกว่า 30 -40 บาททีเดียว เอาเงินนั้นไปซื้อผักสด ผลไม้สด มาทานทุกวันได้ประโยชน์กว่ากันเยอะเลย แถมมีกากให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย ลองคิดดูให้ดีนะคะ ในอดีตอาหารฟังก์ชันเหล่านี้ไม่มี แต่รุ่นพ่อแม่ก็แข็งแรงอยู่กันมาได้ โดยไม่ต้องมีสารพัดสารแต่งเติม


ร่างกายคนเราต้องการสารอาหารที่หลากหลายจากอาหารหลากชนิด การหวังพึ่งหรือยึดติดกับอาหารแห่งอนาคตมากไปไม่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอย่างยั่งยืน การเติมสารอาหารทุกอย่างก็มีข้อควรระวังเช่นกัน โดยเฉพาะสารอาหารที่เติมลงไปนั้นต้องปลอดภัยต่อสุขภาพจริง ได้รับมาตรฐานและตรวจสอบแล้ว

 พูดง่ายๆ คือ ต้องเดินสายกลาง ถ้าคุณคิดว่ารับประทานอาหารครบ 5 หมู่เป็นประจำอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องดิ้นรนหามารับประทานมากนัก แต่ถ้าคิดว่าชีวิตประจำวันยุ่งจนไม่มีเวลารับประทานอาหารให้ครบได้ ก็รับประทานอาหารหลักคู่กับอาหารที่เติมสารอาหารพิเศษร่วมด้วยก็ได้ แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมแก่ความต้องการและถูกกับโรคของตัวเอง และที่สำคัญจำเป็นต้องศึกษาและใช้วิจารณญานในการเลือกซื้อก่อนนำมารับประทานเสมอ ไม่ตกเป็นเหยื่อของการอ้างอิงหรือโฆษณาที่เกินจริง

Sunday, 5 June 2011

 
อันตราย  !!  โฆษณาที่เกินจริง
 
 
หลายคนคงเคยได้ยินข่าว นี้
lกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อหนึ่งได้ลักลอบใส่สารซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยาที่ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผลข้างเคียงคือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน หากผู้ที่เป็นโรคหัวใจดื่มก็อาจอันตรายถึงเสียชีวิตได้ 
l
จึงอยากขอเตือนต่อๆกันว่าสาร อาหารเสริม ส่วนมากที่โฆษณานั้น มักมีโฆษณาที่เกินจริง จะเสียเงินซื้อหามาทาน ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่สารอาหาร อาหารเสริมชนิดหนึ่งๆจะเหมาะกับทุกคน หรือใช้ได้กับทุกคน เช่นคนป่วยด้วยโรคไต หรือไตมีปัญหา ไม่ควรดื่ม หรืออาจมีปัญหากับผู้ป่วยโรคหัวใจเป็นต้น ดังนั้นการจะทานอะไร ควรศึกษาส่วนประกอบของสารในอาหารนั้นๆด้วย และดูตัวเองด้วยว่ามีโรคประจำตัวอะไรที่ไม่เหมาะกับสารดังกล่าวหรือไม่
เช่นเดียวกับการโฆษณาว่า อาหารหรือเครื่องดื่มนั้นมีสรรพคุณในเชิงป้องกันรักษาโรค เช่น ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เป็นต้น และที่สำคัญยา อาหารเสริมหลายตัวที่โฆษณาขายกันเกลื่อนตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะในช่องของเคเบิ้ลทีวี มีการนำคนทั้งที่รู้จักกันดี และชาวบ้านทั่วไปมาโฆษณาอวดสรรพคุณ ได้ดูได้ฟังแล้วบางเรื่องหดหู่ใจ ว่าคนที่เป็นผู้มานำเสนอนั้น เป็นคนที่น่าเชื่อถือทำไมจึงมายอมเป็นผู้เสนอสินค้าที่มีความเสี่ยงที่อันตรายเช่นนั้น เป็นเพราะเขาเชื่อในสรรพคุณนั้นๆจริงหรือ หรืออะไรก็ได้..เงินๆๆๆๆ ? จึงยอมทำร้ายเพื่อนคนไทยด้วยกัน หากมีผู้บริโภครายใดเจ็บป่วย พิการหรืออันตรายถึงแก่ชีวิต ล่ะก็ บาปกรรมจริงๆ
 
 

Tuesday, 29 March 2011

กินดี .. อยู่ดี ชีวิตเปี่ยมคุณภาพ

กินดี .. อยู่ดีอย่างไร ให้ชีวิตเปี่ยมคุณภาพ

by meepole

กินดี

คำจำกัดความ ของการ "กินดี " ในที่นี้  ไม่ไช่อาหารแพง แต่คือ กินอาหารที่ปลอดภัย เป็นประโยชน์ อย่างสมดุลกับความต้องการของร่างกาย เพราะส่วนมากเราจะกินตามอารมณ์ปรารถนา เวลากินใจมักเป็นใหญ่เสมอ ไม่เคยคิดแทนร่างกายว่าตัวเราน่ะมันมีไขมันเกินแล้ว อ้วนเกินไป ควรลดหน่อย

หากเรามั่นใจแล้วว่าเราเป็นคนที่เลือกอาหาร พิถีพิถันทุกอย่าง แถมถ้าคิดเลขเร็ว ก็อาจอ่านฉลากแล้วคำนวณแคลอรี่กันเลย  แต่กระนั้นบางคนทานมังสวิรัติ ทานเจกัน แต่ทำไมหลายๆคนก็ยังต้องกินยาบำรุงบ้าง ยารักษาโรคบ้าง เป็นประจำและยิ่งตอนนี้อาหารเสริม อาหารสุขภาพ สารพัดสารต่างๆที่อ้างสรรพคุณ ในท้องตลาดมากมาย โฆษณาก็โหมกันเต็มทุกสื่อ จนเลือกไม่ถูก และไม่แน่ใจควรจะซื้อหามากินหรือไม่


ช่วงที่มีโฆษณาสินค้าอาหารแปลกๆออกมา เพื่อนและญาติเพื่อนมักจะอยากลองซื้อหามา แต่ก็มักจะไม่สบายใจหลังจากคุยกับ meepole แล้วเพราะจะถูกเบรก  ไม่ได้ดั่งใจ อดจ่ายเงินซื้อ (ไม่รู้ไปแอบซื้อกันหลังจาก หายกลัวแล้วหรือเปล่า) เพราะ meepole เชื่อในวิถีชีวิตแบบ minimum ทุกอย่างควรเป็นไปโดยสมดุลกับธรรมชาติ ให้มากที่สุด

ในอตีตคนรุ่นปู่ย่า ตายาย ไม่รู้จักอาหารเสริม ไม่มีสารพัดน้ำชนิดต่างๆ ที่อวดสรรพคุณมากมาย ราคาแพงมากพอๆกับสรรพคุณที่โฆษณาเกินจริง  แต่ทุกคนส่วนมากอายุยืน ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคที่มีกันมากมายเช่นในปัจจุบัน เช่นโรคภูมิแพ้ (ที่ถูกแถมมาตั้งแต่เกิด) โรคไต สารพัดมะเร็ง  เพราะอะไร ??  เป็นวิถีชีวิตที่ควรศึกษาและคำนึงถึง

 สำหรับ meepole แล้วคิดว่าเพราะคนสมัยก่อนใช้วิถีชีวิตทุกอย่าง minimum กินแต่พอกิน ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยสารพัดสารปรุงแต่ง หรือใช้น้ำจิ้มร้อยสูตร หุงหาอาหารกันเอง  หมู ไก่ เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ  ปลา กุ้งหาได้จากท้องน้ำที่ไม่มีน้ำเสียจากโรงงาน ผักผลไม้ที่ปลูกและออกผลถูกต้องตามฤดูกาล ไม่มีสารเร่งสารพัดที่จะทำให้มีกินตลอดปี



 แต่ปัจุบันสภาพ สภาพแวดล้อมเปลี่ยน สังคมเปลี่ยนทุกอย่างรีบเร่งรัดตัว ไม่มีเวลาพิถีพิถัน  ไม่มีเวลาพิจารณาเลือกมากนัก ไม่มีเวลา...มารู้ตัวอีกครั้งก็พบว่าต้องกินยาเป็นประจำ  ต้องงดอาหารที่เคยโปรด ต้องพบหมอทุกๆ เดือน  คราวนี้ข้ออ้างที่ว่าไม่มีเวลายังไง .....ก็ต้องมี
 ...หลายคนอาจมั่นใจว่าตัวเอง กินดี แต่ทำไมยังรู้สึกสุขภาพไม่ดีเท่าที่ควร ปวดเมื่อย ภูมิแพ้ อ่อนเพลีย และอื่นๆ แสดงว่า มันน่าจะมีอะไรมากกว่าคำว่า "กินดี "หรือไม่

พบกันในตอนหน้า ค่ะ