Showing posts with label มะเร็ง. Show all posts
Showing posts with label มะเร็ง. Show all posts

Monday, 26 September 2011

อานิสงค์ที่ดี เขียนเพื่อสุขภาพ: มะเร็ง

อานิสงค์ที่ดี

ได้รับโทรศัพท์เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งขอหนังสือเล่มหนึ่งที่เคยเขียนพิมพ์แจกในงานของพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เกี่ยวกับอาหารและมะเร็ง และการเตรียมตัวเพื่อรักษา และเพื่อลดความเสี่ยง ฯ มีหลายหัวข้อในเรื่องนั้น เพื่อไปให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งคนหนึ่ง แต่หนังสือนั้นเขียนหลายปีมาแล้วเลยไม่สามารถหาต้นฉบับในเครื่องคอมฯได้ เพราะไม่ได้เขียนลงที่ไหน ในที่สุดก็ต้องเอาเล่มที่มีไปถ่ายเอกสารให้ก่อน และก็ได้ทราบข่าวในเวลาต่อมาว่าไม่ทันการเพราะคนนั้นได้เสียชีวิตด้วยมะเร็ง โรคยอดนิยมไปแล้ว ครอบครัวไม่ทันได้จัดการอาหาร หรือแนะให้ปฎิบัติข้อควรปฎิบัติตนอะไรเลย นี่ไม่ไช่ครั้งแรกที่ได้ข่าวเช่นนี้ 

 meepole เคยตั้งใจหลายครั้งแล้วว่าจะพยายามรวบรวมเรียบเรียงสิ่งต่างๆที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยโรคนี้และที่สำคัญคือลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคนี้ลง แล้วเผยแพร่ให้ทุกคนที่ยังปกติอยู่ นำไปใช้ได้ ซึ่งจริงๆแล้วในสื่อต่างๆ คอลัมน์ต่างๆก็มีเขียนซ้ำไป ซ้ำมามากมายอยู่เช่นกัน เพียงแต่กระจัดกระจายเป็นจิ๊กซอว์ บางอันคัดลอกจนไม่ได้มีการตรวจสอบ คัดกรองก่อน ไม่มีแหล่งอ้างอิง บางครั้งก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน หากปฎิบัติตามโดยไม่รู้เงื่อนไข ข้อยกเว้นต่างๆ เพราะทุกเรื่องมีความแตกต่างตามสถานกาณ์ ต้องเลือกปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

Meepole ไม่ไช่หมอ พยาบาล หรือนักโภชนาการ แต่อาจเป็นเพราะเป็นอาจารย์วิทยาศาสตร์ และชอบเขียน และบรรยายเรื่องเกี่ยวกับอาหารที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ  อันตรายจากสารเคมีต่างๆ  เนื่องจากได้เล่าเรียนและเป็นผู้สอนวิชาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของคน เช่น พิษวิทยา ชีวเคมี มลภาวะสิ่งแวดล้อม  ทำวิจัยทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สารพิษและพืชสมุนไพร ทำให้ต้องอ่านมาก ศึกษาเรื่องต่างๆมากพอสมควร และชอบที่จะอธิบายสิ่งที่รู้เพื่อให้ใครๆใช้ดูแลสุขภาพ เพราะหากเขานำไปปฎิบัติตามแล้วเกิดผลดี เป็นอานิสงค์ที่ดี และบอกต่อๆไปยังคนอื่นๆเพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะได้ช่วยให้ลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆได้ หากทุกคนสุขภาพแข็งแรงจนถึงวัยอันควร ก็จะทำให้ทั้งตัวเองและครอบครัว มีความสุข นั่นก็เป็นความตั้งใจของ meepole เช่นกัน

เวลาเจอใครๆก็มักจะถูกถามเรื่องเวลาเป็นโรคนี้กินอะไรดี หรืองดกินอะไร สมุนไพรอะไรช่วยได้  สิ่งนี้ สิ่งโน้นอันตรายไหม เพราะคนเราอยากให้สุขภาพดีทุกคน เลยไปเชื่อโฆษณา อะไรที่บอกต่อ ว่าดีเป็นหามา แพงมากแค่ไหนไม่ว่า ซื้อมาไว้ก่อนกินไปๆก็อาจไม่แน่ใจว่ามันดีจริงไหม อันตรายไหม ทิ้งขว้างไปก็เยอะ นี่ก็เป็นธรรมดาของคน บางคนกินจนเกิดผลข้างเคียงไปแล้ว (ย้อนอ่านบทความhttp://meepole.blogspot.com/2011/08/1_14.html  และhttp://meepole.blogspot.com/2011/06/blog-post_22.html)

บทความที่อยู่ในblogนี้ บางส่วนมาจากการค้นเพื่อสอน จากการบรรยาย จากงานวิจัย จากคุยแลกเปลี่ยนความรู้ เพราะทุกๆแหล่งข้อมูลล้วนมีประโยชน์ นำมารวบรวม เผยแพร่ให้สำหรับหลายๆคนที่ไม่มีเวลา และได้เข้ามาอ่านที่นี่แล้วได้สิ่งที่เกิดประโยชน์ออกไปใช้  (meepole ไม่ใช้ facebook, twitter หรือช่องทางใดๆที่เผยแพร่ blog นี้ ดังนั้นหากท่านใดที่คิดว่าบทความใดในนี้มีประโยชน์ต่อส่วนรวมก็สามารถ link ไปได้ค่ะ ขออนุโมทนาร่วมกัน)

ดังนั้นช่วงต่อจากนี้เลยตั้งใจว่าจะเริ่มเขียน แปล รวบรวม เรียบเรียง คัดกรองบทความที่ดีๆเกี่ยวกับมะเร็งทยอยลงเป็นระยะๆให้อ่านกันตามที่เวลาอำนวย  หากจะนำไปใช้ในทางใดกรุณา e-mail มาบอกกันบ้างนะคะ จะได้อนุโมทนาให้เกิดอานิสงค์ต่อกัน

Friday, 26 August 2011

อาหารต้องห้ามสำหรับผู้เป็นมะเร็ง

อาหารต้องห้ามสำหรับผู้เป็นมะเร็ง


หลายวันมาแล้วได้ไปเยี่ยมอาจารย์ที่ป่วยเป็นมะเร็ง ได้เห็นอาหารต้องห้ามที่มีคนเอามาเยี่ยมหลายอย่าง เลยคุยให้ภรรยาท่านฟังว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารพวกใดบ้าง เห็นว่าอาจเป็นประโยชน์บ้างเลยนำมาไว้ที่นี่


ทุกคนที่เป็นโรคนี้ต่างก็ต้องพยายามหาหนทางรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งไม่มีหลักตายตัว สุดแท้แต่ตำแหน่งที่เป็น สภาพร่างกาย และความเชื่อของแต่ละบุคคล นอกจากการรักษาโดยวิธีต่างๆแล้ว การควบคุมชนิดของอาหารเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งควรต้องงดรับประทาน เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน และลดการขยายตัวของโรค ดังต่อไปนี้

1. อาหารกลุ่มที่จะทำให้ท้องอืด แน่นท้อง : ได้แก่ ข้าวเหนียว เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก ขนุน เนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งนั้นต้องระมัดระวังเรื่องระบบย่อยอาหารเป็นพิเศษ เพราะถ้าย่อยยาก เกิดท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นท้อง จุกแน่น จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะมักจะแก้ไขยาก ควรรับประทานโปรตีนจากเนื้อปลาแทน

2. อาหารเผ็ดจัด เช่น แกงเผ็ด น้ำพริก ซึ่งจะทำให้แสบร้อนและระคายเคืองทางเดินอาหาร ทำให้พื้นที่ดูดซึมสารอาหารในลำไส้ลดลง ร่างกายก็จะรับสารอาหารได้ไม่เต็มที่ และสารในพริกจะกระตุ้นการบีบรัดตัวของลำไส้และกระตุ้นกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดอาหารท้องเดิน และมีแผลในกระเพาะได้



3. อาหารไขมันสูง รวมทั้งครีม ไอศกรีม เพราะไขมันจะไปเกาะที่ตับ ทำให้ตับไม่สามารถทำงานได้เต็มที่

4. อาหารเค็มจัด เพราะกรณีที่ผู้ป่วยมีระบบปัสสาวะไม่ดี การรับประทานอาหารที่เค็ม อาจทำให้เกิดอาการบวมได้

5. อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมาก ของหวาน เช่น เครื่องดื่มพวกน้ำอัดลม น้ำหวาน ลูกกวาด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลซึ่งดูดซึมได้ง่าย ไปก่อให้เกิดระดับแรงดันสูงที่ลำไส้ ซึ่งจะนำไปสู่อาการท้องเสีย

6. อาหารกระป๋องทุกชนิด ที่ใส่สารกันบูด รวมทั้งอาหารที่ผ่านกรรมวิธีทำให้แห้งหรือเป็นผง ของหมักดองหรือผักดองต่างๆ

นอกจากนี้มีพวกเครื่องเทศบางชนิดที่มีรสร้อนแรง ชา กาแฟ สุรา น้ำตาลฟอกขาว แป้งขัดขาว เค้ก แตงกวา สับปะรด  อะโวคาโด และอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงชั่วคราว โดยเฉพาะในช่วงเดือนแรกของการรักษา คือ นม ชีส เนย ปลา เนื้อสัตว์ และไข่


ดังนั้นอาหารที่จัดให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง ควรเน้นอาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและเสริมโปรตีน เพื่อให้ร่างกายที่ชำรุด มีโอกาสซ่อมแซมคืนสภาพเดิม ถ้าผู้ป่วยรับประทานอาหารได้มากขึ้น ภูมิคุ้มกันก็จะดีขึ้นตามลำดับที่สำคัญเหนืออื่นใดคือการให้กำลังใจ ไม่ทอดทิ้งกัน และการทำอารมณ์ให้ไม่เครียด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อะไรที่ต้องเกิดก็เกิดไปแล้ว เหลือแต่เราที่ต้องระวังประคับประคองอารมณ์ให้เป็นปกติสุขเท่าที่ทำได้
 

Thursday, 11 August 2011

เตือนอันตราย..เมื่อน้ำมันพืชแพง 2

เตือนอันตราย..เมื่อน้ำมันพืชแพง 2

เมื่อของแพงขึ้น ผู้ผลิต ผู้ขาย ที่ไม่มีมนุษยธรรม ติดแต่แสวงหากำไรอย่างเดียว ก็มักจะมีวิธีการต่างๆที่จะลดต้นทุน แม้ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคก็ตาม เราคงต้องระมัดระวังศึกษาข้อมูลแล้วเตือนต่อๆกัน ก็จะช่วยสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

โดย meepole

คนไทยอาจเคยชินกับการใช้น้ำมันทอดซ้ำค่อนข้างมาก ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรเวลาเห็นน้ำมันที่ทอดอาหารมีสีคล้ำมาก พฤติกรรมการใช้น้ำมันทอดอาหารซ้ำเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับครัวเรือน แผงลอย ร้านอาหาร ภัตตาคาร  แม่ค้าขายของทอดต่างๆ บางรายอาจจะกรองกากที่เหลือในแต่ละวันออก ทิ้งให้ตกตะกอนแล้วเอามาใช้ซ้ำ ผสมกับของใหม่เพื่อประหยัด วนเวียนอยู่เช่นนี้ แม้กระทั่งในครัวบ้านเราเองบางครั้งยังใช้น้ำมันทอดที่เก็บสะสมไว้เพราะเสียดาย  แทนที่จะใช้ครั้งละน้อยๆ จะได้เหลือน้อย ทิ้งได้ไม่เสียดาย

การเกิดและผลของสารประกอบในน้ำมันทอดอาหารซ้ำในสัตว์ทดลอง

การศึกษาในสัตว์ทดลองยืนยันว่า สารประกอบบางชนิดที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทอดอาหารทำให้คุณค่าทางโภชนาการของอาหารลดลงและเป็นสารก่อกลายพันธุ์ (Chow CK., 2000) นอกจากนี้ยังพบสารก่อมะเร็งทั้งในน้ำมันทอดอาหารซ้ำและในไอระเหยด้วย

กลุ่มสารก่อมะเร็งเกิดขึ้นในน้ำมันทอดซ้ำ 

จากการศึกษาพบว่า มีกลุ่มสารก่อมะเร็งเกิดขึ้นในน้ำมันทอดซ้ำ ได้แก่ Cyclic fatty acids, Aldehydic triglycerides, Triglyceride hydroperoxides, Aldehydes, Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH) ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังของหนูทดลอง มีการเจริญเติบโตผิดปกติ ลำไส้ทำงานผิดปกติ ตับและไต โต โลหิตจาง วิตามินอีในเลือดและตับของหนูทดลองลดลง, สาร 4-hydroxy-2-noenol (HNE) มีพิษต่อเซลล์ทั้งก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ได้เช่นกัน

 เอาเรื่องนี้ขึ้นต้นก่อนไม่ได้ตั้งใจให้ตื่นกลัว แต่ตั้งใจที่จะให้มีความระมัดระวังในการบริโภค ไม่ประมาท แม้ว่าผลการทดลองจะทำในสัตว์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าในคนจะปลอดภัย 100 %  (เพราะไม่สามารถใช้คนเป็นหนูทดลอง)  รู้ไว้เพื่อเตือนรุ่นลูกหลานที่ชอบทานของทอดมากโดยเฉพาะ พวก  junk food หรือ fast food แพงๆ

   ต้องสังเกตุสีของน้ำมัน ฟองที่เกิดมากระหว่างทอด


ปัจจัยที่เร่งการเสื่อมสภาพของน้ำมันทอดอาหาร 
จากการที่พบว่าสารประกอบที่เกิดจากการเสื่อมสภาพในน้ำมันทอดอาหารมีผลต่อการกลายพันธุ์ของเซลล์ เรามาดูกันว่าการเสื่อมสภาพในน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหารเป็นผลจากอะไรบ้าง

  • การผ่านความร้อนสูง เช่นวิธีการทอด พบว่าการทอดแบบทอดท่วม มีผลไปเร่งการเสื่อมสภาพของน้ำมันได้เร็วขึ้น ทำให้น้ำมันเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและเคมี และก่อให้เกิดสารอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค
  • ปริมาณและชนิดของกรดไขมันไม่อิ่มตัวในน้ำมัน
  • อุณหภูมิของน้ำมัน
  • ระยะเวลาในการทอด
  • ปริมาณน้ำและความชื้นในอาหาร
  • เครื่องปรุงรสต่างๆที่เติม เช่น เกลือ
  • ปริมาณออกซิเจนที่สัมผัสน้ำมันระหว่างการทอด
  • ปริมาณอาหารที่ลงกระทะต่อครั้ง
  • จำนวนครั้งของการทอดอาหาร และ
  • ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันและอาหาร

ปัญหาน้ำมันทอดซ้ำ และ สารโพล่าร์

สารโพลาร์คืออะไร
สารโพลาร์ เป็นสารประกอบมีประจุที่เกิดขึ้นระหว่างการทอดอาหาร
ปฎิกิริยาระหว่างอาหารกับสิ่งต่างๆที่เกิดจากการทอด ทำให้ลักษณะทางกายภาพและทางเคมีของน้ำมันเปลี่ยนไป มีสารประกอบใหม่เกิดขึ้นมากมาย เป็นทั้งสารโพลาร์และสารนอนโพลาร์ เช่น กรดไขมันอิสระ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ อัลคาไลด์ คีโตน ไดเมอร์ ไตรเมอร์ และโพลิเมอร์ สารเหล่านี้มีโมเลกุลขนาดต่างๆ กัน บางชนิดมีโมเลกุลขนาดใหญ่ ร่างกายไม่ดูดซึมและขับทิ้งออกได้ แต่สารบางชนิดมีโมเลกุลขนาดเล็ก อาจดูดซึมและสะสมในร่างกายได้

 น้ำมันถุงที่อาจไม่ปลอดภัย

  • น้ำมันใหม่ จะมีไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) ประกอบอยู่ 96 - 98%    ส่วนที่เหลือคือ สารโพล่าร์ทั้งหมด (total polar material; TPM)
  • ในระหว่างการทอดอาหาร น้ำมันจะเสื่อมสภาพ โดยที่ triglycerides จะสลายตัว และTPM ก็จะเพิ่มขึ้น
  • การวัดค่า TPM ก็คือการวัดการเสื่อมสภาพของน้ำมันนั่นเอง
ดังนั้นการควบคุมความปลอดภัยจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำจึงมีการกำหนดใช้ค่านี้เป็นตัววัด ด้วยประการละฉะนี้แล ..