Showing posts with label เครื่องปรับอากาศ. Show all posts
Showing posts with label เครื่องปรับอากาศ. Show all posts

Thursday, 14 July 2011

โลกศิวิไลซ์...โรคศิวิไลซ์ 2

โลกศิวิไลซ์...โรคศิวิไลซ์ !!!...ภัยเงียบ

(ต่อ).......ลองสังเกตุตัวเองดูบ้างว่าเริ่มมีอาการคันจมูก คันตา จามบ่อย แน่นจมูก และเมื่อตื่นนอนขึ้นมาจะมีอาการระคายคอ แห้งมาก ไอ หรือไม่ หากมีก็เป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นว่าคุณอาจกำลังเป็นโรคภูมิแพ้ จากเครื่องปรับอากาศ

เพราะหากคุณปรับเครื่องปรับอากาศอุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส และประตูหน้าต่างปิดมิดชิดไม่มีอากาศถ่ายเท ก็จะ เสี่ยงโรคทางเดินหายใจ เพราะคุณกำลังอยู่ในห้องที่อากาศเย็นและแห้ง

nอากาศเย็นและแห้งทำให้เซลล์ในโพรงจมูกแห้งลง ทำให้ไม่มีเมือก ที่จะป้องกันเซลล์จากเชื้อโรค เชื้อโรคเลยสัมผัสกับเซลล์ได้โดยตรง  ยิ่งอากาศที่แห้งมาก เช่น อากาศในฤดูหนาว อาจทำให้เยื่อบุในโพรงจมูกแห้ง น้ำมูกหรือเสมหะแข็งเป็นคราบ กรณีนี้ถ้ามีอะไรไปเขี่ยหรือสะกิดเข้า เช่น การแคะรูจมูก การถูจมูกแรงๆ ฯลฯ อาจมีการถลอกและเลือดออกได้ และหากยิ่งมือสกปรก ไม่สะอาดก็เป็นทางติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

nนอกจากนี้ขณะที่อากาศเย็น ๆ เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ดี แต่เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคในร่างกายทำงานได้ลดลง ส่งผลให้หน้าหนาวมีคนป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ เช่น หวัด ภูมิแพ้ ฯลฯ มากขึ้น และทำให้เกิดโรคติดต่อหลายโรค เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัด หัดเยอรมัน ฯลฯ

ดังนั้นการอยู่ในห้องแอร์ที่แออัดไปด้วยคนทำงาน ไม่มีอากาศถ่ายเท ที่ดีพอ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น การสูบบุหรี่ การปรุงอาหาร  การฉีดสเปรย์ต่างๆ ล้วนเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจอื่นๆได้

ดังนั้นต้องระวัง ไม่ให้ทางเดินหายใจแห้ง ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายง่ายนัก โดยการล้างมือให้สะอาดสม่ำเสมอ ไม่แคะ แกะ จับบริเวณหน้า จมูก ปาก โดยที่ยังไม่ได้ล้างมือ ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเท อยู่ห่างจากผู้ที่เป็นหวัด  หากอากาศแห้งมากก็ต้องดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ วางแก้วน้ำไว้ใกล้ ๆ ตัวในห้องนอน ห้องนั่งเล่น และโต๊ะทำงาน และต้องไม่ลืมว่าในแต่ละปีควรล้างเครื่องปรับอากาศแบบเต็มระบบ จะช่วยขจัดเอาฝุ่นละออง เชื้อโรคที่เกาะติดอยู่กับส่วนต่างๆ ของเครื่อง และที่ลอยอยู่ในอากาศภายในห้องทิ้งออกไป และที่สำคัญเหนืออื่นใด แต่ละวันต้องเดินออกมาหาที่สูดอากาศบริสุทธิ์บ้างอย่าติดอยู่แต่ห้องแอร์ตลอดเวลา เพื่อสุขภาพที่ดี และช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่พึงปรารถนา

ที่มาภาพ: medicarezine.com

Saturday, 9 July 2011

โลกศิวิไลซ์...โรคศิวิไลซ์ !!!...ภัยเงียบ 1

โลกศิวิไลซ์...โรคศิวิไลซ์ !!!...ภัยเงียบ


สมัยก่อนโน้น.....ถ้าร้อนก็ใช้พัด โบกพัดกันด้วยมือ ต่อมามีพัดลม ก็เปิดพัดลมกัน แต่ปัจจุบันยุคใหม่ โลกศิวิไลซ์ เกือบทุกที่มีเครื่องปรับอากาศ หรือที่เรียกจนคุ้นว่า แอร์ ออกจากแอร์บ้าน เจอแอร์รถยนต์ แล้วก็เจอแอร์ของที่ทำงานต่อ ...ดูแล้วชีวิตสบายดีแท้ แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป  ในความสบายก็มีอันตรายแฝงอยู่ ลองมาติดตามเรื่องราวเพียงส่วนหนึ่ง.........
ตอนนี้คนไทย (อาจชาติอื่นด้วย) ที่ทำตัวเหมือนคนติดแอร์ ไม่ว่าไปที่ใหนถ้าไม่ได้อยู่ในห้องแอร์ แล้วจะรู้สึกอึดอัด  หงุดหงิด งานไม่เดิน สมองไม่แล่นเอาเลยทีเดียวก็มี

การเปิดแอร์ วัตถุประสงค์จริงๆคือ คลายร้อน แต่ปัจจุบัน มีเหตุผลมากกว่านั้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ หรือบริเวณศูนย์กลางการค้า ที่มีการสัญจรมาก เพราะ มีฝุ่นมากก็ต้องปิดหน้าต่าง  ปิดแล้วก็อึดอัด ร้อน ก็ต้องเปิดแอร์ มีใครเคยสังเกตตัวเองไหมว่าวันทั้งวันเราอยู่ในที่ๆมีแอร์เย็นๆ กันกี่ชั่วโมง แล้วรู้สึกว่ามันดีไหมที่เหงื่อไม่ออก ? เอ! ไตจะทำงานหนักเกินไปไหมหนอ ??  meepole จะไม่เขียนเรื่องนี้ .แต่จะเล่าเรื่อง โรคทางเดินหายใจจากแอร์

เครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ คือต้นเหตุภัยที่หลายคนมองข้ามในฐานะแหล่งเพาะเชื้อโรคหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะเชื้อที่มีการแพร่ทางอากาศ ยิ่งเปิดนาน ก็ยิ่งรับการสะสมอันตราย

มีการยืนยันจากงานวิจัยมานานและหลายครั้งแล้วว่ามีเชื้อโรคนานาชนิดอยู่ในเครื่องปรับอากาศ และเชื้อโรคที่อยู่ในเครื่องปรับอากาศทั้งเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา มักเป็นเชื้อโรคที่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว และแพร่เชื้อผ่านทางอากาศ ส่งผลให้คนที่ใช้เครื่องปรับอากาศสุขภาพเสื่อมโทรม และเป็นโรคต่าง ๆ มากมาย ทั้ง วัณโรค เชื้อไวรัส โรคสุกใส งูสวัด โรคภูมิแพ้ หืดหอบ ปอดบวม และหัดเยอรมัน โรคเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจ โรคจากการติดเชื้อในปอด และอวัยวะภายในร่างกาย เป็นต้น
มีต่อตอน 2 ค่ะ :)