Showing posts with label ห้องน้ำ เชื้อโรค แบคทีเรีย บ้าน. Show all posts
Showing posts with label ห้องน้ำ เชื้อโรค แบคทีเรีย บ้าน. Show all posts

Friday, 6 May 2011

กันไว้ก่อน ดีกว่าเจ็บป่วยจาก..เชื้อโรคในบ้าน 2 (ต่อ)

กันไว้ก่อน ดีกว่าเจ็บป่วยจาก..เชื้อโรคในบ้าน 2: อันตรายจากแปรงสีฟันที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์

การที่ให้รู้ว่าในแต่ละส่วนของบ้านมีเชื้อแบคทีเรียหลากหลายชนิด มีทั้งอันตรายบ้าง ไม่อันตรายบ้าง  
ผู้เขียนไม่ได้ต้องการเพิ่มความเครียดในการที่จะให้กลัวเชื้อโรคจนเกินเหตุ  แต่เพียงจะช่วยให้ผู้อ่านเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เตือนตัวเองให้เอาใจใส่สุขภาพและความสะอาด เรื่องเล็กๆ จะได้ไม่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากร่างกายเราอ่อนแอก็จะอาจก่อให้เกิดโรคได้ … อย่าคิดว่าเจ้าตัวเล็กๆที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นจะมีปัญญาทำอะไรเราได้ เพราะหลายๆคนเมื่อเจ็บป่วยร่างกายอ่อนแอ เราจะได้ยินบ่อยๆว่า....
 ตาย เพราะติดเชื้อในกระแสเลือด (โรคฮิตค่ะ)

การใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่นอาจก่ออันตรายร้ายแรงได้

ดร.ทาเร็ก ไอดริส ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมตกแต่งจากฮาร์เลย์ สตรีท ตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ บี และซี ซึ่งติดต่อได้ในแปรงสีฟัน และสปอร์ของไวรัสตับอักเสบบี สามารถอยู่รอดได้นานหลายเดือน


สมาคมทันตกรรมแห่งอังกฤษจึงได้ย้ำว่าอันตรายยิ่งร้ายแรงขึ้น หากมีการใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่น หลายคนยังทิ้งแปรงสีฟันไว้ในแก้วเดียวกับคนอื่น ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคติดต่อถึงกันหากแปรงสีฟันสัมผัสกัน


 ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำการปฏิบัติดังนี้
1.ให้เปลี่ยนแปรงสีฟันอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน (อันนี้ดูตามเหมาะสม บางคนใช้จนลืมไปเลย และควรล้างแปรงให้สะอาดก่อนเก็บ ก็ลองสังเกตุที่โคนขนแปรงดูนะคะว่าสกปรกหรือไม่ ถ้ามีคราบไม่ว่าสีอะไรติด ก็ควรทิ้งเถอะนะคะ ค่ายาแพงกว่าค่าแปรงค่ะ)
Large_t2
 ที่มาภาพ: psfk.com


2.ไม่ควรใช้แปรงสีฟันร่วมกับผู้อื่น (ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไม่ไช่แปรงใครก็ใช้ได้)
3.ไม่ควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็ง (เพราะจะทำให้เหงือกเป็นแผล เพราะบางครั้งเราแปรงแรงๆแล้วมีเลือดออกนั่นล่ะค่ะ จะกลายเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด)
4. หาปลอกใส่แปรงสีฟัน (อันนี้ไม่อยากแนะนำเพราะบางทีมันชื้นมากเกินไป แม้ว่ามีรูระบายก็เถอะ ไม่เหมาะกับบ้านเรา แค่วางแปรงแยกห่างๆกันก็พอค่ะ)
5. ต้องแยกแปรงสีฟันออกจากกันหากมีโรคติดต่อ (อันนี้จำเป็นมากค่ะ แปรงใส่แก้วของใครก็คนนั้น และแยกห่างกันด้วย)

Large_t3
ที่มาภาพ: ideasforhouses.com


ทั้งหมดนี้คงไม่ทำให้เครียดเกินไปนะคะ
เพียงแค่เดินเข้าห้องน้ำไปแวะดูเจ้าแปรงสีฟันหน่อย

ถ้าเขาสกปรกแล้วก็ say good bye! 
 (มีวิธีทำความสะอาดนะคะ แต่ไม่แนะ เพราะคนเขียนก็ไม่ทำ) ใช้วิธี bye bye method
อย่างเดียวค่ะ หุ หุ  :)

Thursday, 28 April 2011

กันไว้ก่อน ดีกว่าเจ็บป่วยจาก …เชื้อโรคในบ้าน

กันไว้ก่อน ดีกว่าเจ็บป่วยจาก …เชื้อโรคในบ้าน
 by meepole

Large_dsc00586
คุณมั่นใจว่าบ้านคุณสะอาดแค่ใหนคะ ?? มาก มากๆ มากที่สุด (ก็เช็ดทุกวันซะเอี่ยมอ่อง..ลื่นจนเชื้อวิ่งไม่ได้เชียวนา!) ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่ายังไงๆบ้านคุณก็ยังคงมีเชื้อแบคทีเรีย มีอยู่ทุกพื้นผิวไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ ตู้ เก้าอี้ เตียงนอน พรม ผ้าม่าน ห้องน้ำ  ผ้าเช็ดตัว อี่นๆอีกมากมาย ตลอดจนในสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ เช่น สุนัข แมว กระต่าย  แม้กระทั่งบนตัวเราเองและสมาชิกในบ้าน แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะว่าแบคที่เรียส่วนใหญ่ที่พบในสิ่งแวดล้อมทั่วๆไปไม่เป็นอันตรายนัก

…. และก็เคยมีคำกล่าวที่ได้ยินกันมานานแล้วว่า บางครั้งเราก็ควรต้องกินอะไรๆที่สกปรกไปบ้างเพื่อสร้างภูมิต้านทาน ซึ่งข้อความนี้ก็มีความจริงอยู่บ้างที่เพราะการที่เราได้รับเชื้อแบคทีเรียเป็นประจำนั้นจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นในระบบภูมิต้านทานของร่างกายเราได้ หากเราเผอิญได้รับเชื้อที่ก่อโรค (pathogenic bacteria) หรือไวรัส (viruses) ก็จะช่วยคุ้มกันต่อต้านได้ในระดับหนึ่ง
 ขณะเดียวกันในบ้านของเรานั้น ก็ยังมีบริเวณที่เสี่ยงต่ออันตราย เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคที่อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยได้เช่นกัน ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องรู้เพื่อจะได้ระมัดระวังเอาใจใส่ รักษาความสะอาด ป้องกันการเจ็บป่วยแต่เนิ่นๆ

ห้องน้ำ
ห้องน้ำของแต่ละบ้านนั้นมีความแตกต่างกันไป บางบ้านห้องน้ำชื้นเปียกตลอดเวลา แสงแดดส่องไม่ถึงอีกต่างหาก บางบ้านห้องน้ำสมัยใหม่จะแยกส่วนเปียกส่วนแห้งออกจากกัน  ไม่ว่าจะแบบใหนก็จะยังมีเชื้อโรค

เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
แบคทีเรียบางชนิดเช่นกลุ่มอี โคไล ซึ่งพบส่วนใหญ่ในลำไส้ใหญ่และออกจากร่างกายโดยปะปนออกมากับอุจจาระ ห้องน้ำจึงเป็นที่ๆจะมีเชื้อชนิดนี้หลุดลอดมา ดังนั้นเมื่อเข้าห้องน้ำหรือทำธุระในห้องน้ำเสร็จทุกครั้งต้องล้างมือให้สะอาด เพราะมือเราไปสัมผัสส่วนต่างๆของห้องน้ำที่มีโอกาสมีเชื้อดังกล่าวอยู่ได้ตลอดเวลาเพราะเราไม่อาจแน่ใจว่าผู้ที่มาใช้ห้องน้ำก่อนหน้าเราได้มีการระมัดระวังความสะอาดหรือไม่ และโดยเฉพาะส้วมสาธารณะตามที่ต่างๆก็ไว้ใจไม่ได้เลย  หากคนในบ้านมีใครที่มีปัญหาเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารยิ่งจะต้องเพิ่มความระมัดระวังการกระจายของเชื้อแบคทีเรียไปสู่ผู้อื่น  มีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดส่วนต่างๆของห้องน้ำ โดยเฉพาะบริเวณโถส้วม ที่จับต่างๆ

Large_e-coli
รูป E. coli   ที่มา: thaigoodview.com

Escherichia coli หรือ อีโคไล (นิยมใช้ชื่อย่อ E. coli) เป็นแบคทีเรียในกลุ่มโคลิฟอร์ม เป็นตัวชี้การปนเปื้อนของอุจจาระในน้ำ มีอยู่ตามธรรมชาติในลำไส้ใหญ่ของสัตว์และมนุษย์  การพบเชื้อนี้ในอาหารแสดงว่าอาหารมีการปนเปื้อนอุจจาระ และมีการผลิต ปรุง หรือเก็บรักษาอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ
แบคทีเรียชนิดนี้ทำให้เกิดอาการท้องเสียบ่อยที่สุด ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้ถ่ายอุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำแต่อาการมักไม่รุนแรง เพราะทั้งเด็ก และผู้ใหญ่มักมีภูมิต้านทานอยู่บ้างแล้ว เนื่องจาก ได้รับเชื้อนี้เข้าไปทีละน้อยอยู่เรื่อยๆ เชื้อนี้มักปนเปื้อนมากับอาหาร น้ำ หรือ มือของผู้ประกอบอาหาร ปกติเชื้อเหล่านี้อาจพบในอุจจาระได้อยู่แล้วแม้จะไม่มีอาการอะไร

ห้องอาบน้ำ

ส่วนนี้เป็นส่วนของห้องน้ำที่เป็นห้องอาบน้ำ เพราะบ้านสมัยใหม่หลายๆแห่งจะแบ่งบริเวณห้องส้วมกับบริเวณอาบน้ำแยกจากกัน  ส่วนอาบน้ำนี้ หากบ้านใหนที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นด้วย บริเวณนั้นก็ทั้งชื้นและอุ่น เป็นที่ในฝันของเจ้าแบคทีเรียหลายๆชนิดเพราะจะเหมาะกับการเจริญและขยายพันธุ์ตัวมันเอง แบคทีเรียเหล่านี้สามารถดำรงชีพได้ดีในหัวก๊อกน้ำ หัวฝักบัว (อ่านเพิ่มด้านล่าง)  ใต้ก๊อกน้ำ ผ้ายางปูพื้นห้องน้ำกันลื่น ฟองน้ำ แม้กระทั่งภาชนะใส่ของต่างๆในห้องน้ำ และโดยเฉพาะแปรงสีฟันที่มักจะชื้นตลอด

ดังนั้นเราก็ควรพยายามรักษาห้องน้ำให้สะอาด เช็ดล้างทำความสะอาดส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ สำรวจแผ่นกระเบิ้องที่ชื้นอาจมีเชื้อราอยู่ก็ใช้น้ำยาทำความสะอาด อย่าให้ตกค้างนานเพราะจะทำให้เกิดกลิ่นอับและอันตรายต่อสุขภาพ

Large_bath

ฝักบัวแหล่งสะสมเชื้อโรค
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ได้พบแบคทีเรียมายโคแบคเทอเรียมเอเวียม (Mycobacterium avium) สะสมอยู่ในหัวฝักบัวมากกว่าบริเวณอื่นเพราะมีสภาวะที่เหมาะสมทั้งความชื้น อุณหภูมิ และไม่มีแสง ช่วยทำให้แบคทีเรียชนิดนี้สร้างไบโอฟิลม์ ที่ทำหน้าที่คล้ายตัวยึดจับเกาะกับฝักบัว ทำให้กำจัดออกยาก  แบคทีเรียดังกล่าวเป็นสาเหตุของโรคปอด ซึ่งผู้ป่วยจะมีการอาการเหนื่อย ไอแห้ง ไอเรื้อรัง หายใจลำบาก และหมดแรง
และผลการศึกษาจากโรงพยาบาลในเดนเวอร์ ได้พบว่า มีการติดเชื้อในปอดเพิ่มมากขึ้นในสหรัฐ เมื่อมีการหายใจ หรือสำลักเข้าไป และยัง ชี้ว่าปริมาณที่พบในฝักบัวนั้นมีมากกว่าปริมาณที่พบในน้ำจากก๊อกของบ้านทั่วๆไป 100 เท่า และการพ่นฝอยของน้ำจากฝักบัวนั้นเป็นสาเหตุสำคัญในการทำให้เชื้อกระจายตัวไปในอากาศและถูกหายใจเข้าไปในส่วนที่ลึกของปอดได้ง่าย
เชื้อดังกล่าวจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดโรคในปอดและทางเดินอาหารและภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเอดส์ และผู้ที่บำบัดมะเร็ง หรือเพิ่งปลูกถ่ายอวัยวะ  ส่วนผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันปกติแล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลมากนัก วิธีหลีกเลี่ยงจากแบคทีเรียเหล่านี้โดยการใช้ฝักบัวโลหะ เนื่องจากจุลินทรีย์เติบโตในวัสดุประเภทนี้ได้ยากกว่า