Showing posts with label รา. Show all posts
Showing posts with label รา. Show all posts

Friday, 9 December 2011

น้ำท่วม: ปฏิบัติการฆ่าเชื้อรา 4: สารฆ่าเชื้อรา

สารฆ่าเชื้อรา (ต่อจากตอนที่แล้ว)

by meepole

รา

 คราวที่แล้วเสนอเรื่อง สารฆ่าเชื้อราในระดับค่อนข้างปลอดภัย  ตอนนี้จะเป็นสารเคมีที่มีระดับอันตรายเพิ่มขึ้น

1. แอลกอฮอล์ (ethanol, isopropanol)
พวกนี้จะทำลายทั้งแบคทีเรีย และรา (บางชนิด)  เน้นขอให้ดูให้ดีว่าเป็นเอธานอล ไม่ไช่เมธานอลนะคะ
วิธีใช้  ใช้ที่ความเข้มข้น 60 - 90%. ควรให้ระยะสัมผัส อย่างน้อย 5-10 นาที
ข้อควรระวัง เวลาเตรียมหรือใช้อย่าจุดไฟ หรือสูบบุหรี่ในบริเวณไกล้เคียง

2. Chlorox  bleach หรือ sodium hypochlorites
สารนี้ส่วนใหญ่จะรู้จักกัน เป็นสารประกอบคลอรีน มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้ออย่างกว้างขวาง มีราคาถูก และออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว สารละลาย hypochlorite เสื่อมสภาพได้เร็ว ประสิทธิภาพจะลดลงเมื่อสัมผัสอินทรียสาร จึงควรเตรียมใหม่เมื่อใช้และเก็บในภาชนะที่ป้องกันแสง

วิธีใช้ ใช้อัตราส่วน 1:10
ข้อควรระวัง การสัมผัสทางผิวหนัง ก่อให้เกิดการระคายเคืองปานกลางและเกิดผื่นแดง
การหายใจเข้าไป จะทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ
ข้อแนะนำ เวลาใช้อย่าลืมใช้ผ้าปิดจมูก ปาก  เพื่อป้องกันไอระเหยของคลอรีนนะคะ และควรสวมถุงมือ ระวังตาด้วย คนใส่แว่นตาอาจได้กำไรหน่อย

3.ไฮโดรเจนเพอรอกไซด์ (hydrogen peroxide)
สารนี้ใช้ล้างแผล แต่เวลาจะซื้อจากร้านสารเคมีต้องตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ข้างขวดให้ดี เพราะที่ความเข้มข้นสูง สารนี้จะกัดมือ อันตราย

วิธีใช้  ใช้ที่ความเข้มข้น 3-6 % แต่ตัวนี้ระยะเวลาสัมผัสใช้ต้องใช้เวลานานหน่อย (แช่ไว้)
ข้อเสีย สารนี้เสื่อมเร็วเมื่อโดนแสงหรือความร้อน
ข้อดี ถ้าผสมกับ peracetic acid จะฆ่าสปอร์ได้

4. ไอโอโดฟอร์ (Iodophore)
ใช้ฆ่าสปอร์ได้ที่ความเข้มข้น  75 ppm (ส่วนในล้านส่วน) ระยะเวลาสัมผัสใช้ต้องใช้เวลานานเช่นกัน
ข้อเสีย ค่อนข้างแพง

 สารข้างต้นเหล่านี้หาซื้อได้ที่ ร้านขายยา  และร้านขายสารเคมี

บทสรุป /ข้อควรคำนึง  การฆ่าเชื้อราที่ได้แนะนำวิธีการบางส่วนนี้ คงต้องปรับประยุกต์ได้ตามสภาพ เรามีทางออกในการใช้สารธรรมชาติ หรือสารที่มีอันตรายน้อย ก็ควรที่จะเลือกใช้ให้เหมาะสม กับทั้งลักษณะของวัสดุ และสภาพผู้ใช้ (มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยง) ด้วย  และความสะดวกในการซื้อหา

การฆ่าเชื้อราบางชนิดหากอยู่ในระยะที่มีสปอร์ การใช้สารบางชนิดอาจมีประสิทธิภาพไม่ดีนัก หรือให้ผลได้ไม่นานก็อาจจะขึ้นซ้ำในบริเวณเดิมหรือไกล้เคียงอีก แต่เราก็สามารถทำซ้ำได้หลายๆครั้ง มันก็จะหมดไปเองในที่สุด แต่บางชนิดอาจเห็นผลไม่ขึ้นอีกเพราะเพิ่งเริ่มขึ้น

ที่สำคัญขอย้ำเตือนคือ สารเคมีทุกชนิดอันตราย ดังนั้นควรระมัดระวังขณะใช้ และเชื้อราก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่นกัน หากจะใช้สารเคมีดังกล่าวในการกำจัด อย่าลืมย้อนกลับไปอ่านอันตรายของราและขั้นตอนก่อนหน้านี้ ให้เข้าใจเพื่อจะได้ปฏิบัติการฆ่าเชื้อราที่ปลอดภัยจริงๆ  ขอให้สนุกกับ “รา ... killing day” นะคะ

ตอนต่อไปมาสนุกกับ การฆ่าเชื้อราและตะไคร่ในห้องน้ำหรือมุมที่เปียกชื้นกันต่อนะคะ 

Tuesday, 6 December 2011

น้ำท่วม: ปฏิบัติการ... ฆ่าเชื้อรา 3

ปฏิบัติการ... ฆ่าเชื้อรา  ในที่สุดก็ถึงวัน Killing Day



รูป เส้นใยของรา (hypha)  ที่มาภาพ: envirovantage.com

โดย meepole
หมายเหตุ: ก่อนจะทำขั้นตอนต่อไปนี้ กรุณากลับไปอ่านคำเตือนตอนก่อนหน้านี้ก่อนนะคะ

 อย่างที่ได้บอกในตอนที่แล้วแล้วว่า รามีหลายหลายกลุ่ม ประเภท  (species) มีทั้งที่เกิดประโยชน์ และให้โทษ แต่ละชนิดมีปัจจัยสำหรับส่งเสริมการเจริญเติบโตได้ไม่เหมือนกัน เหมือนคนที่ลางเนื้อชอบลางยา และมีอันตรายต่อสุขภาพได้แตกต่างกัน แม้ว่าคนบางคนอาจไม่แพ้กลิ่นรา ไม่เป็นภูมิแพ้ แต่หลายคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อราแบบต่างๆที่อาจไม่รู้ตัวเช่น ในลักษณะของการมีอาการอ่อนเพลีย และซึมเศร้าหดหู่โดยไม่มีสาเหตุ

นอกเหนือจากอันตรายที่เคยกล่าวมาแล้วในตอนที่แล้ว  นั่นหมายความว่าเราคงจะละเลยปล่อยให้ราหายไปเองไม่ได้ เพราะจริงๆมันไม่ได้หายไปใหน มันมีสปอร์ก็ล่องลอยไปเที่ยวตามที่ต่างๆในบ้าน หรือนอนรอคอยที่เดิมเพื่อรอฝ่ายสนับสนุนคือความชื้น ในโอกาสต่อๆไป ดังนั้นนอกจากทำความสะอาดแล้ว ก็ต้องกำจัดคือฆ่าเชื้อรา

เชื้อราฆ่าได้ จริงหรือ ??
ฆ่าได้แน่นอน แล้วแต่ชนิด และวิธีการ ในห้องปฏิบัติการจริงๆจะมี เครื่องนึ่งความดันสูงๆ นั่นเขาฆ่าแบบไม่ได้เกิดใหม่อีก ของเราแบบบ้านๆก็จะทำได้ในระดับที่ตายไปแล้ว อาจฟื้นได้อีก แต่หากทำดีๆก็จะหายนานมากจนลืมไปทั้งคนทั้งรา  และบางชนิดที่ใจเสาะตายแล้วตายเลยไม่มาอีก บางชนิดก็ขึ้นกับพื้นผิววัสดุ เพราะถ้าเป็นพวก particle board แบบเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลาย  จะมีความหนา และราสามารถซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวลึกลงไป แบบนี้มันก็อาจจะขึ้นได้อีกเพราะมันยังไม่เคยตาย มันก็ไม่ตาย

  คำเตือน การทำความสะอาดต้องสวมใส่อุปกรณ์ต่างๆที่เคยกล่าวมาแล้ว เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ทุกอย่างอยู่ในดุลพินิจของท่าน

สารที่จะใช้ฆ่าเชื้อรามีอะไรบ้าง ??

 สารที่จะบอกต่อไปนี้จะเป็นสารที่มีทั้งที่ อันตรายน้อย และอันตรายปานกลาง (ที่อันตรายมากขอเซ็นเซอร์  กลัวว่าเตรียมพลาด หรือใช้ไม่ระวังแล้วจะอันตรายมากกว่ารา เพราะไม่ไช่นักเคมีพันธุ์แท้ เวลาเตรียมผสมควรทำในตู้ควัน เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ) เอาที่แม่บ้านพ่อบ้าน ลูกบ้านทำกันเองได้ในบ้านก็แล้วกัน

สารที่ค่อนข้างปลอดภัย มี 3 ชนิด (“สารทุกชนิดเป็นสารพิษ ไม่มีสารใดเลยที่ไม่มีพิษ  ปริมาณที่รับเข้าสู่ร่างกายเป็นสิ่งที่แยกว่าสารที่เข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นพิษหรือเป็นประโยชน์” ) พาราเซลซัส (Paracelsus :1493- 1541)  -ขออนุญาตแอบเอาวิชาพิษวิทยาที่meepole สอนมาเหยาะใส่นิดหนึ่ง

 1.น้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชู สูตรกลั่นหรือหมักก็ได้  (ควรมีความเข้มข้นอย่างน้อย 7 %) ถ้าเข้มข้นน้อยเกินรามันจะหัวเราะเอา แต่หมักน่าจะเก็บไว้รับประทานจะดีกว่าเสียดาย  แบบกลั่นราคาถูก (เวลาแนะเพื่อนก็เอาแบบนี้) ทุกรายจะบ่นกลับมาเหมือนกันหมด คือเหม็น (จริงๆมันไม่เหม็นหรอก มันหอมฉุนไปหน่อยและค้างอยู่นานกว่าแอลกอฮอล์ (เพื่อนรายที่หาดใหญ่บ่นมาว่า 2 วันแล้ว กลิ่นยังลอยไปลอยมาในบ้าน ก็เพราะเป็นราทั้งบ้านเลยเช็ดทั้งบ้านก็คงต้องทน ..มันเป็นเช่นนั้นเอง บอกแล้วว่าให้แบ่งทำ ก็ไม่ยอมจะลุยวันเดียว) คงไม่กินผัดเปรี้ยวหวานไปอีกนาน :)

 วิธีการใช้ เทน้ำส้มสายชูออกจากขวดใส่กระดาษทิชชู หมาดๆ (ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าเพราะใช้แล้วต้องซัก ไม่ดีแน่ เอาแบบใช้แล้วทิ้งปลอดภัยกว่า)  หรือใส่ขวดสเปรย์ก็ได้ สเปรย์ตั้งทิ้งไว้สัก 5-10 นาทีแล้วก็.............เช็ดเลย
ข้อดี ราคาถูกสุด ถ้าราเต็มบ้านจะประหยัดได้
ข้อเสีย ไม่ฆ่าสปอร์ แต่ก็สามารถกำจัดได้ในระดับน่าพอใจ (80%) กลิ่นหอมฉุน (ถ้าชอบ)
ข้อแนะนำ  ถ้าแพ้กลิ่นน้ำส้มอาจใช้น้ำมันหอมระเหยอื่นๆ ผสมจะช่วยกลบกลิ่นได้

2.Tea tree oil
เป็นน้ำมันหอมระเหย (อาจหาซื้อได้ยากในจังหวัดเล็กๆ) หาซื้อได้ที่ร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพ  ใช้ 2 ช้อนชาในน้ำ 2 ถ้วย ใส่ขวดสเปรย์เบาๆ บนบริเวณที่ต้องการแล้วเช็ด เหลือเก็บใส่ขวดเก็บไว้ใช้ได้นาน
 ข้อดี เป็นสารธรรมชาติ ปลอดภัย ฆ่าราได้หลายชนิด มาก และราหลายชนิด go for good เลยล่ะ
ข้อเสีย  กลิ่นประหลาดๆ ถ้าไม่คุ้นก็บอกว่า เหม็นอีกตามเคย และก็ แพงๆๆๆๆ (ของดีและถูกคงหายากหน่อย)
แต่ใช้ไม่มากก็เห็นผล หาซื้อง่ายในตปท (ไม่ไช่ปตท)

 3.Grapefruit seed extract
 ใช้ 20 หยด ใส่ในน้ำ 2 ถ้วย ใส่ขวดสเปรย์เบาๆ บนบริเวณที่ต้องการแล้วเช็ด
อันนี้เหมือนกับ Tea tree oil ก็ต้องขยันหาซื้อหน่อย แต่ดีจริงๆ
ข้อดี เป็นสารธรรมชาติ ปลอดภัย ฆ่าราได้หลายชนิด และไม่มีกลิ่น
ข้อเสีย แพงๆๆๆๆ เช่นกัน

ตอนต่อไป จะเป็นสารเคมีที่ มีระดับอันตรายเพิ่มขึ้นค่ะ